[+:HW07:+] ชวนเพื่อนปลูกถั่วเขียว
posted on 26 Nov 2008 17:03 by mist-por in CS-HomeWorkโรงเรียนลูกบาศก์ CUBIC SCHOOL by Cocon
การบ้านชิ้นที่ 7
ส่ง 26 พฤศจิกายน 2551
แขก(ไม่ได้อยาก)รับเชิญ : ธูป เทียน หยิน โย ยุ
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
กรวิทย์ ไกลปืนเที่ยงกำลังจ้องมองถั่วเขียวในมือราวกับไม่เคยเห็นมันมาก่อนในชีวิต
ดวงตาสีไพลินเข้มนั้นจ้องมองราวกับจะเป็นแสงอาทิตย์ให้ถั่วเขียวนั้นเจริญเติบโตเป็นถั่วงอกเสียเดี๋ยวนั้น หากทำได้เขาเองก็อยากจะให้มันเป็นอย่างนั้นอยู่หรอก
"เป็นบ้าอะไรปอ จ้องอย่างกับจะกินมันอย่างนั้นแหละ ยังไม่สุกกินไม่ได้นะโว้ย"
เสียงคุณหญิงเห็ดดังมาจากข้างหลังทำให้เทียนที่กำลังก้มหน้าก้มตาเขียนอะไรสักอย่างยิกๆ ในสมุกปกม่วงของเธอเงยหน้าขึ้นมามองพร้อมๆ กับธูปที่หันมาเหมือนกัน
...เอาโทรโข่งเลยไหมครับพี่...
"อ๋อ~" เทียนยิ้มออกมาเมื่อเห็นว่าเขากำลังจ้องอะไร ซึ่งในความคิดของเขาแล้วนั่นเป็นลางบอกเหตุหายนะเลยทีเดียว
"ปอเขาคงกำลังคิดอยู่ว่าจะคู่ใครดีน่ะ"
ความสามารถในการคาดเดาเรื่องราวของเทียนอยู่ในขั้นน่าสยดสยองเลยทีเดียว ปอทำหน้าเหมือนจะไม่ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร
"พูดเหมือนมีคู่กันแล้วอย่างนั้นล่ะ"
พอเจอเขาสวนเข้าให้ แม่สองสาวก็หัวเราะลั่นในทันที... ความเป็นกุลสตรีหายไปไหนกันหมดครับคุณนายทั้งสอง...
"ทำไมไม่ไปขอวินด์เขาปลูกด้วยล่ะ" หยินปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาเพราะหัวเราะมากเกินไป
...ขำอะไรนักหนา...
"...แล้วทำไมต้องเป็นวินด์ล่ะครับ"
"เอ้า ก็เห็นสนิทกันดี"
พอถึงตรงนี้เทียนเริ่มยิ้มแปลกๆ แล้วครับ...
"ถ้าคู่กับวินด์ผมคู่กับธูปไม่ดีกว่าเหรอครับ สะดวกหลายๆ อย่างด้วย"
คนโดนเอ่ยถึงสะดุ้งเล็กๆ ก่อนหันมามอง ดวงตาคมเบื้องหลังกรอบแว่นแลดูเฉยเมยไม่สนโลก
"ฉันมีคู่แล้ว"
ข่าวใหม่นี้ดูจะทำให้ปอตกใจอยู่ไม่น้อย...จะเร็วไปหน่อยไหมพี่
"ใครเขาจะช้าเหมือนนายล่ะ ผอ.สั่งตั้งแต่เช้า เพิ่งมานั่งคิดจริงๆ จังๆ เอาตอนเกือบเลิกเรียนเนี่ยนะ"
ปอถือคติไม่มีเรื่องกับผู้หญิง...แม้จะเป็นผู้หญิงที่ไร้ความเป็นกุลสตรีโดยสิ้นเชิงอย่างหยินก็ตามเถอะ จึงได้แต่ถอนหายใจหน่ายๆ ก่อนกวาดตามองเพื่อนๆ ในห้องเท่านั้น
"เอาอย่างนี้..." เทียนเริ่ม...
"ไม่เอาครับ"
"ยังไม่ได้พูดอะไรเลย"
"นั่นล่ะ อย่าได้เสนออะไรออกมาเชียวนะ" หยินขำก๊ากเป็นครั้งที่สองพลางตบโต๊ะปังๆ ...สายตาจากเพื่อนๆ ในห้องเริ่มมองมาอย่างสงสัยแล้ว... แล้วเขาจะทำอะไรได้นอกจากยิ้มรับเหมือนไม่มีอะไรเกิิดขึ้น
หยินปาดน้ำตาออกเป็นครั้งที่สอง
"คู่กับยุดีไหม" ...ปอรู้ตัวว่าตอนนั้นตัวเองทำหน้าเหวอไปไม่น้อยเลย ...
หรือเชื้อเทียนมันแพร่กันผ่านอากาศได้ด้วย ...ต้องประกาศภาวะฉุกเฉินด่วน
"เฮ้ย ไม่ใช่อย่างนั้นเว้ย! เห็นว่ายุมันไปคู่กับไผ่ พูดน้อยกันทั้งคู่ ฉันกลัวว่ามันจะตายเพราะน้ำลายบูดเป็นพิษ อยู่กับนายมั่งเผื่อมันจะเลิกกลัวพิกุลร่วงจากปากสักที"
"ผมไม่ได้พูดมากสักหน่อย"
"จะยังไงก็ช่างเถอะ"
แล้วโดยที่ยังไม่ได้รับคำตอบหรือความยินยอมพร้อมใจจากเจ้าตัวที่โดนจับคู่ แม่เจ้าประคุณก็เริ่มปฏิบัติการในทันที...
หยินกวาดตามองรอบๆ ห้อง ก่อนสะดุดเป้าหมาย สองฝาแฝดหลังห้องที่กำลังเหลือบๆ มองมาอย่างสงสัยในอาการผีเข้าผีออกของเธอ
"เฮ้ย ยุ โย มานี่เด๊ะ!!"
...นี่ แม่คุณ... ตะโกนข้ามฟากห้องเลยเรอะ...
ยุถอนหายใจพร้อมๆ กับน้องชายของตนที่ทำหน้าเหมือนโดนบังคับให้โดดตึกสิบชั้น แต่คู่แฝดก็ยังยอมที่จะลุกขึ้นเดินมาตามเสียงเรียก(ตะโกน)ของแม่เจ้าประคุณ
"มี'ไรยัยเห็ด"
"ปอมันจะจับคู่ปลูกถั่วกับยุ แกไปไกลๆ ส้นตึกไป๊"
...แล้วเรียกกรูมาทำไม...
สีหน้าวาโย อ่านได้อย่างนั้น
ดวงตาคมเฉยเมยหันมามองเจ้าของที่นั่งด้านหน้าหยิน ซึ่งเขาก็ทันได้เห็นเจ้าตัวแอบถอนหายใจนิดๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นยิ้มเหมือนไม่มีอะไร
รับรู้ได้ถึงห้วงบรรยากาศแปลกๆ จากที่นั่งที่เยื้องออกไป ซึ่งเป็นที่นั่งของสาวน้อยที่เหล่าหนุ่มๆ พยายามหลีกเลี่ยงการกระทำอะไรให้เด่นสะดุดสายตาและแรงจิ้นเจ้าหล่อนมากที่สุดทำให้เด็กหนุ่ม
ทั้งสองไม่ค่อยจะอยากแสดงท่าทีอะไรมากเกินความจำเป็น
"เอ้า เย็นนี้พวกนายก็ไปเอาใบรับรองจากผอ.ซะนะ" แม่คุณมัดมือชกมันเสียดื้อๆ...
"อืม..." ปอเหลือบตาขึ้นมองคู่หูปลูกถั่วที่ถูกยัดเยียดหน้าที่ให้เพื่อสังเกตว่าอีกฝ่ายมีท่าทีอย่างไร... ซึ่งวายุ หิรัญพฤกษ์ชัยมาตย์นั้นก็ไม่ค่อยจะแตกต่างจากคำนิยามของตัวเขานัก...เจ้าชายน้ำแข็ง...
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าว่าจะปฏิเสธและคงถูกหยินตัดสินใจเอาแล้วว่าคำว่า "อืม" อย่างปลงๆ นั้นคือการยอมรับ ปอจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลย เพราะหากขัดขืนเจตนาแม่เจ้าประคุณไปก็คงเหมือนเอาไม้ซีกไปงัดไม้ซุง โอกาสสำเร็จมีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อย
ด้วยเหตุนั้นเอง...เมื่อเสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้นเขาจึงเก็บของใส่กระเป๋าและเมื่อเดินออกจากห้องไปพร้อมๆ กับเพื่อนทั้งสามก็พบกับสองแฝดที่ยืนรออยู่หน้าห้องแล้ว
"งั้นไปเอาพร้อมกันเลยก็แล้วกันนะ!"
อีกสิบห้านาทีต่อมา เขาจึงมายืนอยู่ในสวนหลังโรงเรียนที่เต็มไปด้วยกระบะปลูกถั่วเขียวของเพื่อนร่วมห้อง บางคนถึงกับขุดดินลงแปลงกันเลยทีเดียว... เมื่อเห็นดังนั้นเขาก็เริ่มไม่แน่ใจขึ้นมาเล็กน้อยว่าถั่วงอกมันปลูกง่ายอย่างที่เขาเคยปลูกเมื่อตอนเด็กหรือเปล่าหนอ หรือเขาจะจำผิดไปเองกันนะ
เด็กหนุ่มร่างสูงยังคงสีหน้าไร้อารมณ์ได้อย่างเสมอต้นเสมอปลายขณะที่เดินไปหาที่ว่างเพื่อวางกระบะปลูกถั่วของพวกเขา
ปอถอนหายใจน้อยๆ ก่อนเดินตามไปอย่างเงียบๆ ส่วนพวกหยินแยกไปปลูกอีกด้านหนึ่งของสวน ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายมาแต่ไกล ทางฝั่งนั้นช่างเต็มไปด้วยความอบอุ่นเหมาะกับการปลูกต้นไม้เสียจริง... ผิดกับทางนี้...
ดวงตาสีไพลินเหลือบมองแผ่นหลังของคนที่ตั้งหน้าตั้งตาเอาดินเกลี่ยให้ถ้วนทั่วก่อนหลุบตาลงถอนหายใจอีกครั้ง...
ถึงถั่วงอกมันจะชอบอากาศเย็นก็เถอะนะ... แต่เย็นเกินไปมันจะปลูกขึ้นไหมล่ะนี่...
"ถ้าไม่อยากทำงานคู่กับฉันแล้วทำไมถึงไม่ปฏิเสธ"
เปิดมาประโยคแรกก็ทำเอาปอกะพริบตาปริบ ความรู้สึกบางอย่างเริ่มกรุ่นขึ้นในใจก่อนดวงหน้าขาวจะเชิดขึ้นมองคนตัวสูงกว่าด้วยรอยยิ้มที่แสนอวดดี
"ถ้าทำแบบนั้นหยินก็จะเสียน้ำใจน่ะสิครับ"
"ฉันไม่คิดว่านายเป็นพวกปฏิเสธคนไม่เป็น..." ยุวางมือจากถุงเมล็ดถั่วเขียวก้มลงมองคนตัวเล็กกว่าด้วยสีหน้าเฉยชา และคำพูดนั้น...ก็ไม่ได้แตกต่างจากสีหน้าสักเท่าใด...
"แล้วทำไมคุณถึงไม่ปฏิเสธตอนหยินพูดล่ะครับ" เมื่อถูกย้อนอีกฝ่ายก็เพียงแค่นิ่งไปชั่วครู่ก่อนเอ่ยตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สาเท่านั้น
"ก็แค่มันจะยุ่งยากกว่าอยู่นิ่งๆ แล้วทำให้มันจบไป"
...ปอเม้มริมฝีปากแน่น...
เขาไม่ชอบคนแบบนี้...
คนที่การกระทำของคนอื่นจะเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเสมอในสายตา ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดีหรือไม่ดีก็ตาม คนประเภทนี้ก็ไม่เคยจะสนใจ...
อย่างตอนนี้เองก็เช่นกัน...
"คุณน่ะ...ไม่เคยต้องรู้สึกเสียใจภายหลังกับการกระทำของตนเองเลยสินะครับ"
ดวงตาสีควันคู่นั้นยังคงเฉยชา เช่นเดียวกับสีหน้าที่ไร้ความรู้สึก
วายุรู้สึกได้ตั้งแต่แรกพบว่าอีกฝ่ายไม่ชอบหน้าเขา... ซึ่งโดยปกติแล้วเขาทั้งคู่ก็ไม่มีความเกี่ยวข้องใดที่จะต้องโคจรมาพบกัน ยกเว้นแต่เพียงจะเป็นงานของห้อง เขารู้ว่ากรวิทย์ไม่ได้ไม่ชอบเขาที่หน้าตาอย่างที่พวกผู้ชายส่วนใหญ่มักจะรู้สึก เพราะอีกฝ่ายก็ดูเป็นมิตรดีกับวาโยซึ่งมีหน้าตาเหมือนเขาทุกประการ ดังนั้นสิ่งเดียวที่สามารถคาดเดาได้ก็คงจะเป็นเรื่องนิสัย...
"...การเสียใจภายหลังคือการกระทำของคนที่ไม่รู้จักคิดก่อนที่จะทำ"
มันเป็นทฤษฎีง่ายๆ ที่คนโดยทั่วไปก็รู้ดีอยู่แล้ว
ปอเบือนหน้าไปทางอื่น คว้าเอาอ่างใบเล็กๆ มาบรรจุน้ำก่อนจะเทเมล็ดถั่วเขียวในถุงลงไปทั้งถุง
"ไม่สน...แม้ว่าจะมีใครต้องเสียใจกับการกระทำของคุณบ้างก็ตาม...อย่างนั้นสินะครับ..."
...วินาทีนั้นเขาพลันนึกไปถึงผู้หญิงคนหนึ่งที่มาสารภาพรักกับเขาเมื่อไม่กี่วันก่อน... เธอคนนั้นร้องไห้เช่นเดียวกับผู้หญิงคนอื่นๆ ที่เขาปฏิเสธ ...เขาเห็นมันจนชินชาแล้วกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปเสียแล้ว...
...สถานที่นั้นไม่ห่างจากโรงเรียนมากสักเท่าไหร่... บางทีปอคงไปเห็นเข้าโดยบังเอิญ...
เขาทำท่าราวกับจะพูดอะไรสักอย่างหากเสียงหนึ่งก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน
"เฮ้ย! ปอ ยุ เป็นไงมั่ง ปลูกขึ้นรึยัง" เสียงตะโกนแว่วๆ ดังมาจากไกลๆ ก่อนเด็กสาวหัวเห็ดจะวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา...
"ไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้ครับ"
วายุแปลกใจเล็กน้อยที่ดูเหมือนบรรยากาศรอบกายจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้า บรรยากาศอึมครึมเมื่อครู่พลันหายไปทันทีที่ปอหันไปยิ้มเล่นพูดคุยกับเพื่อนสาวที่น้องชายของเขาชอบไปแหย่บ่อยๆ (และโดนตอกกลับมาอย่างเท่าเทียม)
"เออน่า ฉันก็วิ่งของฉันอย่างนี้ทุกวัน แล้วว่าไง ปลูกขึ้นยัง"
"ถั่วเขียวนะครับ ไม่ใช่แบคทีเรียมันถึงจะแตกตัวเร็วขนาดนั้นน่ะ"
"ไรว้า กะจะมาดูซะหน่อย"
ปอจ้องหน้าหยินอยู่สักพักก่อนคลี่ยิ้มหวาน
"หือ อะไรกันครับ ยังผ่านไปไม่ถึงชั่วโมงเลยนะ ถั่วของหยินตายหมดแล้วเหรอ"
หยินสะดุ้งน้อยๆ ก่อนสวนขวับทันควัน
"เขาเรียกว่าตกเว้ย ไม่ได้ตาย!!"
"ไม่เก็บขึ้นมาล่ะครับ เผื่อจะปลูกต่อขึ้นนะ"
"ตกลงไปในบ่อน้ำ จะให้ฉันลงไปงมเรอะ"
"...เห็ดชอบความชื้นไม่ใช่เหรอครับ..."
"ฉันจะแอบเอาถั่วนายไปทิ้ง"
"ถั่วงอกเป็นพืชที่ปลูกง่ายที่สุดรองจากหญ้านะครับ"
"ถ้าไม่เลิกพูดเรื่องนี้ฉันจะกินไอ้เม็ดเขียวๆ ในอ่างน้ำนั่นให้หมดเลย"
"ระวังหมวกเห็ดจะกลายเป็นสีเขียวนะครับ"
"เออๆ เปลี่ยนเรื่องๆ ... แล้วพวกแกเป็นไงกันมั่ง"
"..." ปอชะงักกึกก่อนยิ้มแปลกๆ เหมือนฝืนๆ ชอบกล "...เทียนสั่งให้คุณมาใช่ไหม"
"ไรว้า~ เพื่อนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง ทำไมมองโลกในแง่ม่วงอย่างนั้นล่ะ ธ่อ"
"...เอาความจริงครับ"
"ขอแบ่งถั่วหน่อยดิ"
"พูดแบบนี้แต่แรกก็หมดเรื่องแล้วล่ะครับ"
"แกนี่มันไม่น่ารักจริงๆ เลยให้ตายเถอะ"
"อย่าทำมันตายอีกนะครับ น่าสงสาร"
ปอใช้อุ้งมือช้อนเมล็ดถั่วเขียวจากในอ่างมากำมือหนึ่ง เห็นสองมือที่แบมาแล้วก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะทำร่วงกลางทางเสียหมดจึงห่อใส่ลงในผ้าเช็ดหน้าของตนแทน
"สงสาร? กล้าพูดดีนะ เอาเถอะ งั้นฉันไปละ แล้วจะมาขอใหม่"
หยินยัดห่อผ้าเช็ดหน้าลงกระเป๋าเสื้อก่อนโบกมือลาแล้ววิ่งจากไป
ทิ้งความเงียบให้ร่วงโรยครอบคลุมร่างทั้งสองเบื้องหลังอีกครั้งหนึ่ง
ปอเอามือจุ่มลงในอ่างน้ำอย่างใจลอย ก้มหน้านิ่งเงียบไม่พูดจาผิดวิสัยปกติที่เขามักจะเห็นอีกฝ่ายช่างเจรจาอยู่เสมอ
วายุมองไปยังทางที่ร่างของเพื่อนร่วมห้องลับหายไปจากสายตา
"สนิทกันดีนะ" เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นเรียกให้ดวงตาสีไพลินเงยขึ้นมอง
ปอกะพริบตาปริบๆ ก่อนถอนหายใจแล้วยิ้มพลางเอียงคอน้อยๆราวกับเป็นคนละคนกับที่ทำท่าจะกินหัวเขาอยู่เมื่อครู่
"ไม่ลองสนิทกับคนอื่นดูบ้างล่ะครับ..."
วายุ หิรัญพฤกษ์ชัยมาตย์เลิกคิ้วขึ้นน้อยๆ ไม่คิดฝันว่าจะได้ยินคำนี้ออกมาจากของคนที่ดูไร้ความจริงใจในการคบหาคนอื่นอย่างกรวิทย์ ไกลปืนเที่ยง
...เหมือนเขาจะเห็นบางอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน...
คนอย่างปอหากตั้งใจเพ่งมองจะมองเห็นแค่เพียงสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการให้เห็น แต่ถ้าหากเหลือบแลโดยบังเอิญจะรู้สึกได้ถึงตัวตนเบาบางที่ไม่เคยแสดงออกต่อหน้าผู้อื่น...และเมื่อพยายามเพ่งมองหาตัวตนนั้นอีกครั้ง...ก็คงพบเพียงรอยยิ้มที่ปกปิดซุกซ่อนตัวตนของร่างเล็กๆ นี้เท่านั้น...
...บางที...คนที่ยอมให้คนตรงหน้าแหย่ทั้งหลาย ทั้งรวิระ ทั้งรวินท์ ทั้งฑิฆัมพรก็อาจจะมองเห็นตัวตนอันบางเบานี้อยู่เหมือนกัน...
ร่างสูงกว่าเดินเข้ามาใกล้...ก่อนก้มหน้าลงจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีไพลิน ...สีเทาอมฟ้าที่สะท้อนในแก้วตาสีไพลินนั้นคือดวงตาของเขาหรือสายหมอกบางเบาที่ตีความหมายไม่ได้กันนะ
เด็กหนุ่มกระตุกรอยยิ้มขึ้นบนมุมปาก อย่างที่ปอมักลงความเห็นว่ามันคือ...รอยยิ้มการค้า...
ดวงตาคู่สวยสะท้อนภาพของรอยยิ้มอย่างที่สาวๆ เห็นคงร่างอ่อนยวบ
"นั่นสินะ เริ่มจากนายเลยเป็นไง"
+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-+-
นั่งเข้าทรงยุ นานมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
ดองนานโทษยุ
ยิ่งเขียนยิ่งคาโล แก้บทพูดไปเกือบ 13 รอบ (เลขสวยซะไม่มี)
ตอนแรกบทพูดน้อยกว่านี้ด้วย แต่แม่ยะช่วยเสริมให้ ขอบคุณมากฮร่ะ~
ผู้ปกครองทั้งหลายเช็คคาแรคเตอร์ลูกหลานตัวเองด้วยนะฮร้า~
แอบเฉลยการบ้านคนที่ไม่ถูกชะตานิดๆ
(แต่นั่นก็แค่ตอนแรก แต่หลังจากนี้คงเป็นเพื่อนกันด้วยดี)
ปล. ได้แล้วค่า~~ ขอบคุณมากก๊ะ <3~
เช่นว่า "cubic school, โรงเรียนลูกบาศก์"
#1 By Luscinia on 2008-11-26 18:40